เบราว์เซอร์ คือ อะไร ?

Browser

มักจะเป็นคำถามที่ถามกันตลอดว่า เบราว์เซอร์คืออะไร ? จากคนใกล้ชิดจากเพื่อน และคนอื่นๆ ที่ไม่รู้จัก และคุณทั้งหลายก็ยังใช้มันเป็นโดยที่ไม่ทราบเลยเนี่ยนะว่ามันคือเบราว์เซอร์ อธิบายง่ายๆ เลย ไม่ถึงกับเป็นความหมาย แต่ถ้าอ่านแล้วคุณก็จะร้องอ๋อทันที ถ้าไม่อ๋อก็ อ่อ!!!

เมื่อพูดถึงคำว่า เบราว์เซอร์ กลับไม่มีคนรู้จัก แต่พอเอ่ยคำว่า โครม, ไฟล์ฟ็อก, ไออี กลับมีแต่คนรู้จัก @_@

เบราว์เซอร์ (Browser) คือ โปรแกรมที่มีไว้สำหรับเข้าเว็บไซต์ มักจะมีชื่อให้เรียกประจำตัวกัน เช่น Internet Exploror(IE), Chrome, Firefox,Opera และชื่ออื่นๆ พอมันถูกเรียกด้วยชื่อเหล่านี้สั้นๆ แล้วคำว่าเบราว์เซอร์จึงไม่ค่อยมีใครนิยมพูดกัน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ คนที่ไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของคอมพิวเตอร์นั้นไม่รู้จัก

ทีนี้ก็พอจะรู้จักกันแล้วใช่ไหมครับว่าเบราว์เซอร์คืออะไร หากมีเพื่อนถามครั้งต่อไป คุณก็จะบอกต่อได้ว่ามันคือ โปรแกรมเข้าเว็บ คนอื่นเขาก็จะเข้าใจกันตามนี้

วิธีจับภาพหน้าจอแบบง่ายๆ สะดวกและรวดเร็ว

print_screen

คุณรู้ไหมว่ามีวิธีจับภาพหน้าจอแบบง่ายๆ สะดวกและรวดเร็ว ? ถ้ายังผมขอแนะนำวิธีการบันทึกภาพจากหน้าจอ ไม่ว่าจะอยู่เฉพาะหน้าเดสก์ท็อป หรือในโปรแกรมต่างๆ เพียงแค่เรากดปุ่ม Print Screen ที่อยู่บนแป้นพิมพ์ อ่าวแล้วรูปไปอยู่ไหน ? ยังครับ เราต้องเปิดโปรแกรมรูปภาพขึ้นมาก่อน ที่หาง่ายที่สุดก็โปรแกรมนี้เลย Paint หรือถ้ามีโปรแกรม Photoshop ให้ใช้โปรแกรมนี้แทน (เวลาบันทึกเราสามารถปรับคุณภาพความชัดของรูปภาพได้)

กรณีที่เปิดโปรแกรม Paint ให้กด Ctrl+v จากนั้นรูปที่เราถ่ายจากหน้าจอก็จะปรากฎในโปรแกรมแล้วเราก็ทำการบันทึกเป็นไฟล์ .jpg หรือ .png (png ภาพจะชัดกว่า jpg แต่ขนาดไฟล์รูปจะใหญ่กว่า)

กรณีที่เปิดโปรแกรม Photoshop ให้กด File->New… ขนาด กว้างxยาว ของรูปจะถูกตั้งค่าให้เท่ากับขนาดของหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ กด ok แล้วกด Ctrl+v รูปที่เราถ่ายจากหน้าจอก็จะปรากฎในโปรแกรม เลือกบันทึกแบบ Save for Web & Devices และปรับแต่งว่าจะบันทึกไฟล์ด้วยนามสกุลอะไร ถ้าเลือก JPEG จะสามารถเลือกคุณภาพของรูปได้ 5 ระดับ คือ Low, Medium, Hight, Very Hight และ Maximum แต่ถ้าเลือกบันทึกแบบ .png ให้เลือกเป็น PNG-24 จากนั้นกด Save ได้เลย เราก็จะได้รูปภาพมา

ยังมีอีกคือถ้าหากคุณต้องการบันทึกภาพ หรือจับภาพเอาแค่บางส่วน เราก็มีวิธีเช่นกัน แค่คุณกดปุ่ม Alt + Print Screen รูปที่ได้ก็จะออกมาดังตัวอย่างเช่นผมจะจับภาพเอาเฉพาะโปรแกรมเครื่องคิดเลข

วิธี นี้จะง่ายและประหยัดเวลาสำหรับใครที่ไม่ทราบก็มักจะถ่ายไปทั้งหน้าแล้วเอามา ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปถ้าหากตัดไม่ดีรูปที่ออกมาก็จะดูขาดๆหายๆ ไม่สะอาดตา

สำหรับวิธีจับภาพหน้าจอแบบง่ายๆ ที่ผมเอามาฝากก็หมดเพียงเท่านี้แล้วล่ะครับ คราวหน้าจะมาแนะนำโปรแกรมที่ช่วยจับภาพหน้าจอ แต่จะดีและมีกี่โปรแกรมรอติดตามได้เลยครับ

มือถือกันน้ำ เชื่อได้จริงหรือ?

water-resistantความชุ่มฉ่ำของเทศกาลสงกรานต์ทำให้ หลายคนนึกถึงอุปกรณ์ไอทีกันน้ำ วันนี้สมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่อย่าง Samsung Galaxy S5 ประกาศว่าตัวเองมีจุดขายที่คุณสมบัติ “กันน้ำ-กันฝุ่น” ขณะที่ก่อนหน้านี้ Sony Xperia Z1 รวมถึงรุ่นใหม่ล่าสุด Z2 ก็ประกาศจุดขายที่คุณสมบัติกันน้ำเช่นกัน แต่ปัญหาคือ ดูเหมือนว่าความสามารถในการกันน้ำของสมาร์ทโฟนวันนี้ อาจยังไม่เสถียรพอที่เราผู้บริโภคควรจะวางใจและควักกระเป๋าซื้อสมาร์ทโฟน เพราะคุณสมบัตินี้ แถมผู้ใช้ทุกคนยังควรต้องแยกแยะให้ได้ระหว่าง waterproof และ water-resistant ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการใช้งาน

หลัง จากสงครามประชันความละเอียดกล้องดิจิตอลหลักล้านพิกเซลสุดดุเดือด และศึกชิงเจ้าชิปประมวลผลหลายคอร์แห่งยุทธภพ เทรนด์ใหม่ที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนกำลังมุ่งแข่งขันคือการเพิ่มความสามารถที่จะ เป็นประโยชน์จริงจังในการใช้งานประจำวัน ปรากฏว่าสมาร์ทโฟนตัวท็อปของตลาดอย่าง Samsung Galaxy S5 ถึงรุ่นกลางอย่าง OPPO Find 7 ล้วนลงมาเล่นในสังเวียน”มือถือกันน้ำ”จนทำให้คำนี้กลายเป็นกระแสหรือ buzzword คำใหม่ ซึ่งอาจทำให้หลายคนหลงตื่นเต้นทั้งที่ไม่รู้ว่าคุณสมบัติกันน้ำนี้มีความ เสถียรหรือจำเป็นมากน้อยเพียงใด

***water-resistant ไม่ใช่ waterproof

สิ่ง แรกที่ผู้พิสมัยคุณสมบัติกันน้ำในสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไอทีทุกชนิดควรทำความ เข้าใจให้แจ่มแจ้ง คืออุปกรณ์จำนวนมากในท้องตลาดนั้นไม่ได้มีความสามารถ waterproof ที่ตัวเครื่องจะไม่มีความเสียหายใดๆจากการใช้งานใต้น้ำลึกเป็นเวลานาน แต่เป็นเพียง water-resistant หรือความสามารถในการ”ทนน้ำ” ซึ่งเพียงแค่”กันน้ำกระเซ็น”หรือการแช่ในน้ำตื้นชั่วระยะเวลาหนึ่ง

ค่ายมือถือเชื่อว่า water-resistant นั้นเพียงพอแล้วในการใช้งานสมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวัน ความเป็น water-resistant ทำให้ผู้ใช้อุ่นใจได้แม้สมาร์ทโฟนเปียกฝน เผลอทำเครื่องตกอ่างน้ำ และบังเอิญทำเครื่องดื่มหกใส่ แต่ผู้ใช้จะไม่สามารถนำเครื่องไปดำน้ำ snorkeling รวมถึงนำเครื่องไปใช้งานใต้น้ำตกนานนับชั่วโมง เพราะ 2 สถานการณ์หลังต้องการความสามารถ waterproof

แม้ คำจำกัดความที่ผู้บริโภคต้องพิจารณาขีดความสามารถในการกันน้ำคือค่า IP หรือที่ย่อมาจาก “Ingress Protection” แต่บางครั้ง คำว่า “กันน้ำได้” ก็มีออร่าสว่างไสวจนทำให้ผู้บริโภคมากมายเชื่อว่ามือถือกันน้ำกันฝุ่นสามารถ ทำงานได้ทุกสถานการณ์ จนทำให้ผู้ใช้มือถือกันน้ำหลายคนต้องนำมือถือที่เสียหายจากการตกน้ำไปเคลม ประกันหรือส่งซ่อมกับศูนย์บริการแบบสุดงง

เพื่อไม่ให้ต้องพบ กับสถานการณ์สุดงงนี้ ผู้ใช้ควรรู้ความหมายของมาตรฐานระดับความสามารถในการกันน้ำของอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ตัวอย่างเช่น Galaxy S5 ถูกเปิดตัวพร้อมยืนยันว่าเป็นอุปกรณ์ที่กันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP67 ขณะที่คู่แข่งอย่าง Xperia Z2 ระบุว่ากันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP58

water-resistant-2

วิธีสังเกตคือ ผู้ใช้ต้องแยกตัวเลขหน้าและหลัง ตัวเลขหลักแรกจะเป็นความสามารถในการกันฝุ่นและของแข็ง โดยเริ่มจาก ’0′ คือไม่มีคุณสมบัติในการป้องกันใดๆ แล้วก็เพิ่มขึ้นไปต่อเนื่องตามตัวเลขที่มากขึ้น ขณะที่เลขหลักที่สองจะแสดงความสามารถในการป้องกันของเหลว ซึ่งจะไล่ลำดับจากน้อยไปมากตามระดับความป้องกันที่แน่นหนาขึ้นเช่นเดียวกัน

เลข หลักแรกจะประกอบด้วย 0-6 ระดับ 0 นั้นหมายถึงการไม่ป้องกันใดๆเลย โดยระดับ 1 สามารถป้องกันการกระแทกจากวัตถุหรือของแข็งขนาดใหญ่เกิน 50 มม. ระดับ 2 คือป้องกันการกระแทกจากวัตถุขนาดใหญ่เกิน 12.5 มม. ระดับ 3 และ 4 สามารถกันการกระแทกจากวัตถุขนาดเกิน 2.5 มม. และ 1 มม. ตามลำดับ และระดับ 5 คือการป้องกันฝุ่น ขณะที่ระดับ 6 คือการป้องกันฝุ่นอย่างสมบูรณ์แบบ

ตัว เลขหลักหลังประกอบด้วย 0-8 โดยความสามารถระดับ 0 หมายถึงการไม่ป้องกันความชื้นทุกกรณี ระดับ 1 คือสามารถป้องกันน้ำหยดใส่ได้ เช่น หยดน้ำที่เกิดจากความชื้น ระดับ 2 สามารถป้องกันละอองน้ำที่เข้ามาในมุมไม่เกิน 15 องศาจากแนวตั้ง ระดับ 3 สามารถป้องกันละอองน้ำที่เข้ามาในมุมไม่เกิน 60 องศาจากแนวตั้ง ขณะที่ระดับ 4 สามารถป้องกันละอองน้ำได้จากทุกทิศทาง

ระดับ 5 ขยับจากละอองน้ำมาเป็นการสาดน้ำ จุดนี้คณะกรรมการ European Committee for Electro Technical Standardization (CENELEC) ผู้กำหนดมาตรฐานนี้ให้คำนิยามไว้ว่าสามารถรองรับการเทน้ำที่ความจุ 10 ลิตร นาน 5 นาที ขณะที่ระดับ 6 สามารถเปียกน้ำได้แต่ไม่นาน ซึ่งลมฝนสามารถเทียบเท่าได้ในระดับนี้

ระดับ 7 นั้นหมายถึงอุปกรณ์สามารถจุ่มน้ำได้ที่ความลึกตั้งแต่ 15 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร และระดับ 8 คือสามารถใช้งานใต้น้ำได้แบบเบ็ดเสร็จ

***กันน้ำไม่ทุกชนิด

สิ่ง ต่อมาที่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ไอทีกันน้ำได้ คือมาตรฐานกันน้ำเหล่านี้ถูกทดสอบผ่านน้ำบริสุทธิ์ ทำให้น้ำคลอง น้ำทะเล หรือน้ำปลาหวานอาจให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนที่ผู้ผลิตได้ทดสอบเครื่องมา จุดนี้ โทรศัพท์แต่ละรุ่นจะมีการระบุในคู่มือชัดเจนว่า ใช้ได้ในน้ำประเภทใด ซึ่งผู้ใช้ต้องเข้าใจข้อจำกัดนี้อย่างละเอียด

ยกตัวอย่าง เช่น Xperia Z ข้อมูลระบุว่าสมาร์ทโฟนจาก Sony ไม่รองรับการใช้ในสระว่ายน้ำ ไม่รองรับการใช้ในทะเล ถ้านำลงไปใช้แล้วน้ำเข้าไปทำความเสียหายกับเครื่อง ก็มีโอกาสถูกประเมินว่าไม่เข้าข่ายเงื่อนไขรับประกันเนื่องจากใช้นอกเหนือ คุณสมบัติ ซึ่งมีระบุใว้ในเอกสาร ขณะที่รุ่น Xperia ZR เอกสารจะระบุว่ารองรับการใช้ในสระว่ายน้ำได้แล้ว แต่ก็ยังไม่รองรับการใช้ในทะเลเช่นกัน

ถาม ว่าทำไมผู้ผลิตสินค้าไอทีและค่ายมือถือไม่พัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ มาตรฐาน IP68 แบบสุดยอดไปเลย คำตอบคือการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับการกระแทกและความชื้นในแต่ ระดับนั้นใช้เวลาไม่น้อย ขณะเดียวกัน การกันน้ำโดยใช้ยางซิลิโคนกันน้ำนั้นให้ผลลัพท์ที่แตกต่างไปตามปัจจัยทั้ง สภาพน้ำและอากาศ จุดนี้ทำให้ซิลิโคนอาจทำงานได้ไม่เสถียรในน้ำที่ไม่บริสุทธิ์ เช่น น้ำผสมสบู่ น้ำยาสารเคมีต่างๆ น้ำทะเล น้ำหวาน และน้ำอื่นๆ

ที่ สำคัญ ความเสี่ยงจากอากาศร้อนของประเทศไทยอาจทำให้คุณภาพซิลิโคนเสื่อมเร็วว่า อากาศเย็นสบายในประเทศอื่น ดังนั้น ด้วยปัจจัยที่มีเงื่อนไขและข้อจำกัดทำให้ผู้ใช้ต้องรู้ว่ายังมีที่สถานการณ์ ต้องป้องกันเครื่องไว้ และต้องคำนึงตลอดเวลาว่าสามารถนำเครื่องไปลุยใช้งานได้ในระดับไหน

water-resistant-3

***แค่กิมมิกสร้างความต่าง

แม้ นักการตลาดจะวิเคราะห์ว่า ผู้บริโภคจะคำนึงถึงคุณสมบัติหลักของเครื่องอย่างความละเอียดหน้าจอคมชัด แบตเตอรี่อายุการใช้งานสุดอึด หรือประสิทธิภาพการใช้งานที่ลื่นไหลมากกว่าความสามารถในการป้องกันน้ำถึง ระดับใด แต่อย่างน้อย ความสามารถในการกันน้ำของอุปกรณ์ไอทีก็ยังเป็นจุดสนใจที่สามารถสร้างความแตก ต่างระหว่างสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดียวกันได้ โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟน

การ สำรวจล่าสุดในปี 2012 ของสถาบัน Kelton Research พบว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากกว่า 29% ต้องเสียอารมณ์กับเครื่องที่เสียหายเพราะเครื่องดื่มที่บังเอิญหกใส่ ตัวเลขนี้ทำให้อนุมานได้ว่าผู้ใช้จำนวนไม่น้อยจะให้การต้อนรับมือถือกันน้ำ อย่างดี

ฉะนั้น ใครที่คิดจะพกมือถือกันน้ำไปเล่นสงกรานต์ อย่ามโนไปเอง และศึกษาให้ดีว่าอุปกรณ์ไอทีกันน้ำของคุณได้มาตรฐานใด

***รู้หรือไม่

ญี่ปุ่น เป็นประเทศแรกในโลกที่มีการทำตลาดสมาร์ทโฟนกันน้ำอย่างจริงจัง เหตุผลที่ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแทบทุกแบรนด์มีการพัฒนาสมาร์ทโฟนกันน้ำได้ คือวัฒนธรรมการแช่ออนเซนที่ชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัยนิยม โดยส่วนใหญ่ชื่นชอบการนำเอามือถือเข้าไปแช่ในอ่างอาบน้ำที่บ้าน ทำให้ทั้งชาร์ป (Sharp) โตชิบา (Toshiba) ฟูจิตซึ (Fujitsu) หรือพานาโซนิก (Panasonic) หันมาพัฒนาสมาร์ทโฟนกันน้ำอย่างจริงจัง

แหล่งที่มา: http://www.bloggang.com

ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับใน Google

search-seo

สวัสดีครับวันนี้จะมาพูดถึงการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับแรกๆ ของการค้นหาใน Google Search กัน สำหรับคนทำเว็บไซต์บ้างก็เพื่อผลตอบแทน บ้างก็ทำไว้เฉยๆ หรือเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น ถ้าทำแล้วไม่มีคนเข้าเว็บ หรือเข้าน้อย ลองคิดดูนะครับว่าเราจะเสียเวลาไปเปล่าๆ เมื่อเริ่มต้นทำเว็บแล้วก็ต้องส่งต่อไปให้ถึงผู้ที่ต้องการข้อมูล หรือค้นหาข้อมูลต่างๆ บางทีมันอาจจะอยู่ในเว็บของเราก็ได้

ก่อนอื่นเราควรคิดไว้ก่อนว่าส่วนของเนื้อหาในเว็บอาจจะไม่ได้มีเพียงเว็บ เราคนเดียว มันอาจจะซ้ำกับของคนอื่นๆ ก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นต้องค้นหาและอ่านก่อนว่าเราจะสามารถดึงประเด็นไหนออกมานำเสนอให้ เว็บเราเป็นที่น่าสนใจ แต่อันนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับการค้นหาแต่อย่างใด เอาล่ะครับ ผมจะพูดถึงเรื่องที่จะทำให้ติดอันดับผลการค้นหาในอันดับต้นๆ นี่หว่า

พูดเป็นข้อๆ เลย
1. การตั้งชื่อเรื่อง ควรจะตั้งให้ได้ใจความและมีคำสำคัญที่เดาได้ว่าผู้ค้นหาจะต้องพิมพ์คำๆนั้น และคำค้นหาจะต้องอยู่หน้าๆ ของประโยค และก็ไม่ควรใช้หัวข้อประโยคที่ยาวจนเกินไป

2. ความเร็วของหน้าเว็บ หน้าเว็บที่ดีจะต้องไม่มีรูปภาพ แฟลช และการโหลดของสคริปส์ที่เยอะจนเกินไป เพราะข้อเสียของมันคือจะทำให้ผู้ใช้เข้าแล้วโหลดช้า เกิดอาการหน่วง และยังส่งผลต่อการเก็บข้อมูลของระบบค้นหาอีกด้วย (แต่ก็มีข้อยกเว้นบางอย่าง เดี๋ยวบอก)

3. การอัพเดทเว็บเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยให้มีการเก็บข้อมูลของระบบค้นหาในเว็บของเราบ่อยขึ้น (ภาษานักทำเว็บจะเรียกว่า บอทเข้ามาเก็บข้อมูล) ทำให้ดัชนีการแสดงผลเมื่อมีผู้ค้นหาข้อมูลใน google เว็บของเราก็จะมีโอกาสแสดงผลเพิ่มขึ้น และถ้าหากชื่อเรื่องของเราใกล้เคียงกับคำค้นหา โอกาสที่ผู้ค้นหาจะเห็นเว็บของเราก็จะมีมากขึ้น

4. การเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเนื้อหา (Backlink) หมายถึง การแชร์ หรือการเผยแพร่บทความเนื้อหาในเว็บของเราไปสู่เว็บอื่นๆ พร้อมทั้งทำลิงค์กลับมายังเว็บของเรา จะเป็นการให้เข้าใจว่าเว็บนั้น นำเสนอเนื้อหาจากเว็บของเรานะ เพราะฉะนั้นเนื้อหานี้จะเป็นเนื้อหาหลักของเรื่องอะไรสักเรื่องหนึ่งที่เรานำเสนอ และถ้าหากมีการเผยแพร่ไปมากๆ แล้ว แน่นอนว่าระบบค้นหาจะให้อันดับความสำคัญของเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ของเรา เพิ่มขึ้น และอีกอย่างคือการฝากลิงค์กับเว็บ directory (เว็บแนวสารบัญ) ก็จะส่งผลด้วยเช่นกัน

แค่เพียง 4 ข้อขั้นพื้นฐานที่ไม่เชิงว่าจะเป็นเทคนิค แต่มันคือเรื่องปกติที่คนทำเว็บทุกคนจะต้องสนใจ และทำอยู่แล้ว

แต่บังเอิญว่า ทั้ง 4 ข้อที่ว่ามาก็ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป เพราะเนื่องมาจากปัจจัยภายนอกอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น ด้วยผู้คนที่ทำเว็บมากมายมหาศาลจึงเกิดการแข่งขันขึ้น ตั้งแต่น้อยไปจนถึงมากไม่ว่าจะทำเว็บเรื่องอะไรก็มักจะมีคล้ายๆ กันหมด ส่วนเรื่องที่ไม่เหมือนใครก็มี แต่ส่วนน้อยที่คนเขาจะรู้จักและค้นหากัน

ส่วนข้อยกเว้นในข้อที่ 2 ที่ผมว่า ก็คือ หน้าเว็บจะเร็ว หรือช้า มันมีผลก็จริง แต่จะถูกบั่นทอนความแรงด้วยความเก๋า ในทีนี้หมายถึง อายุของบทความและอายุของเว็บไซต์ เว็บหรือเนื้อหาที่เกิดขึ้น และมีมานานมักจะมีความน่าเชื่อถือกว่า เว็บหรือเนื้อหาใหม่ที่พึ่งนำเสนอเนื้อหาที่คล้ายกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเว็บใหม่จะทำอันดับแข่งด้วยไม่ได้ อันนี้ก็ต้องเพิ่มความน่าเชื่อถือเข้าไปอีกหน่อย หรือสำรวจเว็บของเราว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

Microsoft OneDrive บริการเก็บข้อมูลออนไลน์

skydrive-to-onedrive

Microsoft OneDrive คือบริการพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ (Cloud) ฟรี เรียกว่าเป็นบริการหนึ่งของ Microsoft ที่จริงแล้วก็เหมือนการนำเอาของเก่ามาเล่าใหม่ จากเดิมที่ใช้ชื่อว่า SkyDrive ที่หลายๆคนอาจจะรู้จัก หรือเคยใช้มาบ้างแล้ว ได้เปลี่ยนชื่อใหม่ที่ให้ความหมายชัดเจนมากยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ลูกค้าเดิมที่ใช้ SkyDrive ยังสามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ

โดยบริการ OneDrive นี้ได้ถูกปรับปรุงและพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งเก็บข้อมูลได้ทั่วถึงทุกอุปกรณ์ที่เป็นระบบปฏิบัติการ Windows รวมทั้งการเข้าใช้ผ่านทางระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ได้อีกด้วย

สำหรับใครที่ต้องการใช้งาน OneDrive ขณะนี้ได้เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว

สำหรับคอมพิวเตอร์ PC (Windows 8 / 7 / Vista ) – ดาวน์โหลดฟรี
สำหรับแอพพลิเคชั่น Andriodดาวน์โหลดฟรี
สำหรับ Macดาวน์โหลดฟรี

หมายเหตุ ผู้ใช้ที่ยังใช้เดสก์ท็อป Windows XP หรือ Linux จะไม่สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้ได้

ส่งรูปผ่าน LINE ยังไงให้ชัด ?

line03

ทำไมเวลาส่งรูปภาพผ่าน LINE ให้เพื่อนแล้วแต่รูปที่ได้รับกลับเบลอ ไม่ชัดสักรูป หากปัญหานี้ยังเป็นที่สงสัยของใครหลายคนว่ามันเกิดจากอะไร แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น นั่นก็เพราะว่าการตั้งค่าขั้นมาตรฐานที่แอพพลิเคชั่น LINE นั้นถูกปรับ Photo Quarity ไว้ที่ระดับ Low รูปภาพที่ส่งจะถูกบีบอัดให้ขนาดไฟล์เล็กลง เพื่อประหยัดพื้นที่ Server ของ LINE ผลที่ได้จากการบีบอัดนี้จะทำให้รูปภาพถูกโหลดไวขึ้นนั่นเอง

แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะได้รูปภาพที่ชัดๆ มาล่ะ ?

เปิดแอพพลิเคชั่น LINE จากนั้นไปที่ Settings -> Chats & Voice Calls -> Photo Quarity (Sent) จาก Low ให้เป็น Normal แต่อย่างไรก็ตามรูปภาพก็ไม่ได้ชัดไปกว่าเดิมมากนัก เพราะยังไงรูปที่ถูกอัพขึ้นไปจะต้องถูกลดคุณภาพลงอยู่ดี สรุปก็คือมันชัดในโทรศัพท์แต่ไม่ได้ชัดในคอมพิวเตอร์

หากต้องการได้รูปภาพที่ชัดเท่ากับต้นฉบับแล้วล่ะก็ ขอแนะนำว่าให้คุณลืมการส่งรูปผ่าน LINE ไปได้เลย ให้ส่งผ่านทางอีเมล หรือบริการเก็บไฟล์แบบ Cloud จะดีกว่า

เหตุผลต่างๆ ของคนส่วนใหญ่ที่ยังใช้โปรแกรม เกมและแอพเถื่อนอยู่

เหตุผลที่คุณเลือกใช้โปรแกรมเถื่อนคืออะไร

หลายคนมักจะมีเหตุผลแตกต่างกันออกไป แต่บางคนเคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราถึงใช้โปรแกรมเถื่อนล่ะ ? ทั้งที่โปรแกรมเหล่านั้น มีคุณภาพดีคุ้มค่าที่จะลงทุนหามาใช้ โดยหัวข้อของวันนี้ คือ “เหตุผลที่คุณเลือกใช้โปรแกรมเถื่อน เกมส์เถื่อน หรือแอพเถื่อน คืออะไร

issue6

ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ Thaiware.com และกระทู้ใน Pantip.com